อุตสาหกรรม

µØÅÒ¤Á 29, 2019

อ่าน 7 นาที

เที่ยวบินที่ใช้ไฟฟ้า | อนาคตของการบินและอวกาศ
เที่ยวบินที่ใช้ไฟฟ้า | อนาคตของการบินและอวกาศ

จะเริ่มใช้งานเครื่องบินไฟฟ้าได้เมื่อใด

Greta Thunberg นักรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมมีความกังวลเกี่ยวกับการปล่อยมลพิษ เธอจึงเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกทางเรือแทนที่จะเป็นเครื่องบิน จากข้อมูลของสหภาพยุโรป การบินก่อให้เกิดมลพิษประมาณร้อยละสามของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดที่เกิดจากมนุษย์ และได้มีการคาดการณ์ว่าการจราจรทางอากาศจะขยายตัวเป็นสองเท่าภายใน 20 ปีข้างหน้า ดังนั้นตัวเลขมลพิษดังกล่าวจึงมีแต่จะเพิ่มขึ้น

เครื่องบินออกบิน 84 เที่ยวทั่วโลกในทุก ๆ นาที และในปี 2018 มีการเดินทางโดยเครื่องบินมากกว่า 45 ล้านครั้ง ถึงแม้จะเป็นความจริงที่ว่า เครื่องบินในปัจจุบันมีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงต่อผู้โดยสารต่อหนึ่งกิโลเมตรดีกว่าเมื่อ 50 ปีที่แล้วประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ปริมาณการจราจรทางอากาศกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีแรงจูงใจอย่างอื่น รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ทำให้สายการบินต่าง ๆ เปลี่ยนมาใช้เครื่องบินไฟฟ้า 

สายการบินมีค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน 25 - 50 เปอร์เซ็นต์ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 180,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี จึงไม่ต้องเสียเวลาคิดมากนักที่จะเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้า จากมุมมองของผู้โดยสาร เครื่องบินไฟฟ้าก็น่าจะหมายถึงว่าราคาบัตรโดยสารถูกลงและบินได้เงียบกว่า จากข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษา Roland Berger  จำนวนเครื่องบินไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็น 170 เครื่องหรือ 50 เปอร์เซ็นต์ในปี 2018 และการลงทุนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป

แม้จะมีการทุ่มทุนประชาสัมพันธ์ในเรื่องของเครื่องบินไฟฟ้าอย่างมากมาย แต่อุตสาหกรรมนี้ก็ยังห่างไกลเกินกว่าที่จะบรรลุเป้าหมายให้มีการบินเชิงพาณิชย์ด้วยไฟฟ้าอย่างกว้างขวาง ปัจจุบันเที่ยวบินที่ใช้ไฟฟ้ายังจำกัดอยู่เฉพาะเครื่องบินขนาดเล็กที่เดินทางในระยะทางสั้น ๆ เท่านั้น หนึ่งในข้อจำกัดที่สำคัญ คือน้ำหนักของแบตเตอรี่  ที่หนักมากโดยให้อัตราส่วนพลังงานต่อน้ำหนักต่ำกว่าเครื่องยนต์เจ็ตแบบดั้งเดิมมาก   และเราต่างรู้ดีว่าสายการบินจุกจิกกับเรื่องน้ำหนักมากเพียงใด

แต่เป็นไปได้ที่จะสามารถลดน้ำหนักได้มากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในส่วนประกอบที่สำคัญ ด้วยการใช้วัสดุผสมที่เป็นนวัตกรรมใหม่ อีกวิธีหนึ่งที่ผู้ผลิตสามารถลดน้ำหนักลงได้คือ ใช้การพิมพ์โลหะ 3 มิติ ซึ่งเพิ่มวัสดุเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้นและสามารถผลิตโครงสร้างผลึกได้ การออกแบบเครื่องบินที่เบาและดีขึ้นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชัน แต่สิ่งที่เราต้องการจริง ๆ คือพลังงานแบตเตอรี่ที่มีความหนาแน่นสูงขึ้น

ใครคือผู้นำ

บริษัทด้านการบินและอวกาศทั้งขนาดใหญ่และเล็กกำลังดำเนินการในเรื่องเครื่องบินไฟฟ้า Airbus กำลังดำเนินการร่วมกับ Siemens และ Rolls Royce เพื่อพัฒนาเครื่องสาธิตการบินเครื่องบินไฟฟ้าไฮบริด ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวและใช้เวลาบิน 60 นาที

อีกโครงการหนึ่งที่น่าสนใจคือ Alice ที่เปิดตัวในงาน Paris Air Show ปี 2019 โดยบริษัท Eviation ของอิสราเอล เครื่องบินลำนี้พัฒนาจากวัสดุคอมโพสิต 95 เปอร์เซ็นต์ สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้มากถึงเก้าคน บินได้ถึง 1,046 กม. โดยใช้ใบพัดหลักผลักดันหนึ่งตัวที่หางและที่ปีกข้างละตัว บริษัทใช้มอเตอร์ไฟฟ้าจาก Siemens และ magniX

บริษัทสตาร์ตอัป Ampaire กำลังพัฒนาเครื่องบินไฟฟ้าที่มีการดัดแปลงเพิ่มเติม โดยใช้วิธีการที่แตกต่างไปเล็กน้อย ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อให้ได้ใบรับรอง FAA ภายในสิ้นปี 2020 ระยะการบินอยู่ที่ 100 ไมล์ โดยสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้เจ็ดถึงเก้าคน

ณ จุดนี้ การบินด้วยไฟฟ้าในระยะสั้นถึงระยะกลางดูเหมือนว่าจะบรรลุผล และใกล้จะเป็นจริงในไม่ช้า สิ่งนี้จะก่อให้เกิดความแตกต่าง Roei Ganzarski แห่ง magniX กล่าวว่า มีการจำหน่ายบัตรโดยสารเครื่องบินสองพันล้านใบต่อปีสำหรับเที่ยวบินที่มีระยะทางไม่เกิน 500 ไมล์ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของ Air Transport Action Group ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการบินมาจากเที่ยวบินที่บินไกลกว่า 1,500 กม. ดังนั้นคงจะต้องใช้เวลาอีกนานทีเดียว

ดูเหมือนว่าเครื่องบินไฮบริดจะเป็นก้าวต่อไปสำหรับอุตสาหกรรมนี้ แทนที่จะเป็นเครื่องบินไฟฟ้าเต็มระบบ ระบบไฮบริดสามารถเติมช่องว่างได้จนกว่าเครื่องบินไฟฟ้าจะมีเทคโนโลยีที่เป็นไปตามข้อกำหนดที่ต้องการ เนื่องจากเครื่องบินเหล่านี้จะช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง โดยยังคงรักษาประสิทธิภาพที่หลากหลายของกังหันก๊าซสมัยใหม่หรือเครื่องยนต์ที่ใช้ใบพัด

การพัฒนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่และการออกแบบเครื่องบิน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเครื่องบินไฟฟ้าที่จะบินขึ้นได้อย่างแท้จริง จนกว่าจะถึงวันนั้น นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอาจต้องเดินทางด้วยเรือไปก่อน ผู้ผลิตที่เข้าใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมซึ่งต้องการทำให้กระบวนการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น สามารถเลือกใช้ส่วนประกอบระบบอัตโนมัติที่ได้รับการปรับสภาพใหม่หรือผลิตใหม่ เพื่อประหยัดชิ้นส่วนใหม่และลดชิ้นส่วนในหลุมฝังกลบ

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไปด้านบน
กลับไปด้านบน
[{ "site.code": "th", "general.cookie_message": "เราใช้คุกกี้เพื่อรับประกันว่าเว็บไซต์ของเราทำงานอย่างถูกต้องและปลอดภัย การคลิกยอมรับคุกกี้ทั้งหมดหมายความว่าคุณอนุญาตให้เรามอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่คุณ", "general.cookie_privacy": "EU Automation ใช้คุกกี้", "general.cookie_policy": "นโยบายการใช้คุกกี้", "general.cookie_dismiss": "ยอมรับคุกกี้ทั้งหมด" }]