เทคโนโลยี

¡Ñ¹ÂÒ¹ 16, 2020

อ่าน 5 นาที

ที่จัดเก็บข้อมูลแบบไฮบริดบนคลาวด์ในอุตสาหกรรม 4.0
ที่จัดเก็บข้อมูลแบบไฮบริดบนคลาวด์ในอุตสาหกรรม 4.0

ความเสี่ยงและโอกาสจากการใช้ที่จัดเก็บข้อมูลแบบไฮบริดบนคลาวด์

การผลิตที่ทันสมัยต้องใช้ข้อมูลปริมาณมาก ซึ่งทำให้การเลือกที่จัดเก็บข้อมูลมีความสำคัญยิ่ง

ในเดือนมิถุนายน 2020 IBM ประสบปัญหา เข้าระบบคลาวด์ไม่ได้ทั่วโลก แต่เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก Google, Facebook, Microsoft และ Salesforce ล้วนเคยประสบปัญหา บริการหยุดชะงักในปี 2019 อันเป็นผลมาจากผู้ให้บริการที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ประสบปัญหาการเข้าระบบ เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตหลายรายหันมาพึ่งพาที่จัดเก็บข้อมูลแบบคลาวด์มากขึ้น ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลและกลายเป็นภัยคุกคาม ส่งผลให้เกิดปัญหาโรงงานหยุดชะงักทั้งหมด 

การตัดสินใจที่ยากลำบาก

การประมวลผลแบบคลาวด์ต้องจัดเก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์บนเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ และการประมวลผลแบบขอบทำให้เข้าใกล้จุดใช้งานมากขึ้น ตัวเลือกที่จัดเก็บข้อมูลที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับวิธีการหาจุดสมดุลระหว่างการจัดเก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์และกระจายศูนย์ คำตอบคือ การแลกเปลี่ยนระหว่างตัวเลือกต่าง ๆ ที่ตัดสินใจยาก 

ข้อแรกที่ควรพิจารณาคือ ค่าใช้จ่าย การซื้อ ติดตั้ง และบำรุงรักษาเซิร์ฟเวอร์ในบริษัทมีค่าใช้จ่ายสูง นอกจากนี้เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ยังต้องแก้ไขปัญหาในโรงงานอีกด้วย บริการคลาวด์นำเสนอวิธีที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บข้อมูล ปรับขนาดได้ ใช้บริการจากระยะไกล และจ่ายเฉพาะที่ใช้งานเท่านั้น

ข้อควรพิจารณาที่สองคือ ความสามารถในการเข้าถึง เมื่อใช้เซิร์ฟเวอร์ในบริษัท ผู้ใช้สามารถดึงข้อมูล ไฟล์ข้อมูลสำรอง และไฟล์เวอร์ชันเก่าได้เร็วขึ้น การอัปโหลดและดาวน์โหลดไฟล์จากที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ ล้วนขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจประสบปัญหาเครือข่ายไม่เสถียร 

ข้อควรพิจารณาที่สามคือ ความปลอดภัย เซิร์ฟเวอร์ภายในช่วยให้บริษัทควบคุมข้อมูลทางกายภาพได้ แต่ต้องลงทุนกับอุปกรณ์และผู้เชี่ยวชาญด้านไอที เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์มีความปลอดภัย 

โอกาส

ทางเลือกนี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้โครงสร้างข้อมูลแข็งแกร่งขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น และรับประกันการเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้อีกด้วย ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม โซลูชันเหล่านี้ป้องกันการหยุดทำงานของเครื่องจักรได้ ช่วยให้ไม่ต้องทิ้งผลิตภัณฑ์จำนวนมาก ดังนั้นจึงได้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีข้อผิดพลาด 

โครงสร้างที่จัดเก็บข้อมูลที่ดีจะรวมข้อดีของเทคโนโลยีทั้งสองอย่าง และลดข้อเสียของตัวเลือกแต่ละอย่าง ในขั้นต้น โซลูชันไฮบริดดังกล่าวประมวลผลข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ขอบ ใกล้กับจุดที่สร้างข้อมูล จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบรวมบนระบบคลาวด์ 

ไฮบริดรุ่นหนึ่งประกอบด้วยการแสดงผลที่ได้จากการรวมข้อมูลในระบบคลาวด์ โดยมีการจัดเก็บข้อมูลที่ตอบสนองได้ดี และต้องอยู่ใกล้กับจุดที่ใช้งาน โครงสร้างข้อมูลดังกล่าวช่วยลดค่าใช้จ่ายในการส่งข้อมูล และลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเครือข่าย ยิ่งไปกว่านั้น การมีข้อมูลการดำเนินงานบนเซิร์ฟเวอร์ขอบจะช่วยป้องกันการดำเนินงานประจำวันไม่ให้หยุดชะงักที่อาจเกิดจากการหยุดทำงานของระบบคลาวด์ 

ในการเริ่มต้นกระบวนการผสานการประมวลผลแบบขอบและแบบคลาวด์ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโซลูชันการจัดการข้อมูล รวมถึงซัพพลายเออร์ระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมก่อนจะเป็นการดีที่สุด ข้อมูลต้องสอดคล้องกับโซลูชัน เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่เซ็นเซอร์สร้างขึ้นมาจะผสานกับการประมวลผลที่ส่งผลต่อสัญญาณและที่จัดเก็บข้อมูล 

อุตสาหกรรม 4.0 เพิ่มการพึ่งพาการผลิตที่มีการจัดเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในเวลาเดียวกันก็มีความอ่อนไหวต่อการหยุดชะงักของระบบคลาวด์ โครงสร้างข้อมูลที่ดีขององค์กรต้องค้นหาวิธีสร้างความมั่นใจว่าเมื่อการเข้าถึงข้อมูลหยุดชะงัก จะไม่ส่งผลกระทบให้โรงงานต้องหยุดทำงาน

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไปด้านบน
กลับไปด้านบน
[{ "site.code": "th", "general.cookie_message": "เราใช้คุกกี้เพื่อรับประกันว่าเว็บไซต์ของเราทำงานอย่างถูกต้องและปลอดภัย การคลิกยอมรับคุกกี้ทั้งหมดหมายความว่าคุณอนุญาตให้เรามอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่คุณ", "general.cookie_privacy": "EU Automation ใช้คุกกี้", "general.cookie_policy": "นโยบายการใช้คุกกี้", "general.cookie_dismiss": "ยอมรับคุกกี้ทั้งหมด" }]